ข่าวฟุตบอลโลก 12bet : ทำเนียบดาวยิงฟุตบอลโลก
Sep 07, 2013 Posted by admin in ประวัติฟุตบอลโลก, อันดับดาวซัลโว (จำนวนผู้ชม 776 views)

การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายนั้น ตั้งแต่ ค.ศ. 1930 – 2010 มีนักเตะ 30 คน จาก 19 ชาติ ที่ได้ชื่อว่าเป็นดาวซัลโวฟุตบอลโลก(รวมดาวซัลโวร่วม) โดยมี 8 คนเท่านั้น ในรอบ 80 ปี ที่อยู่ในทีมที่ได้ตำแหน่งชนะเลิศ และมี 12 คน จาก 11 ชาติที่ไม่เคยคว้าถ้วยฟุตบอลโลก

1930 Guillermo Stabile (Argentina) ผลงาน 8 ประตู

ฟุตบอลโลก 1930 ที่อุรุกวัย
ประเทศที่คว้าแชมป์ : อุรุกวัย

ดาวซัลโวคนแรกของศึกฟุตบอลโลก คือ กิลเยร์โม สเตบิเล่ (อาร์เจนตินา) โดยเขาลงเล่นไปทั้งหมด 4 นัด ยิงไปได้ถึง 8 ประตู แต่ท้ายที่สุดกลับเป็นอุรุกวัยชาติเจ้าภาพ ที่คว้าแชมป์ไปครองได้เป็นผลสำเร็จ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1934 Angelo Schiavio (Italy) ผลงาน 4 ประตู
1934 Edmund Conen (Germany) ผลงาน 4 ประตู
1934 Oldrich Nejedly (Czechoslovakia) ผลงาน 4 ประตู

ฟุตบอลโลก 1934 ที่อิตาลี
ประเทศที่คว้าแชมป์ : อิตาลี

ฟุตบอลโลกหนนี้มีผู้ยิงประตูสูงสุดถึง 3 คน ด้วยกันนั่นก็คือ แองเจโล สเคียวิโอ (อิตาลี)โอลด์ริช เนเยดลี (เชโกสโลวาเกีย) และ เอ็ดมุนด์ โคเนน (เยอรมนี) โดยพวกเขายิงไปทั้งหมดคนละ 4 ประตูจากการลงเล่นทั้งหมด 4 นัดเท่ากัน แต่กลับกลายเป็น แองเจโล สเคียวิโอ ที่ราศีจับกว่าใครเพื่อน เพราะปีนั้น อิตาลี คือแชมป์โลก
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1938 Leonidas da Silva (Brazil ) ผลงาน 8 ประตู

ฟุตบอลโลก 1938 ที่ฝรั่งเศส
ประเทศที่คว้าแชมป์ : อิตาลี

เลโอนีดาส ดา ซิลวา (บราซิล) โดยลงเล่นไปทั้งหมดเพียงแค่ 4 นัด แต่เขาทำได้ถึง 8 ประตู แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่สามารถช่วยบราซิลเป็นแชมป์โลกได้ เพราะโดนอิตาลี เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศไปเสียก่อน และก็เป็นอิตาลีนี่เองที่คว้าแชมป์โลกได้เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1950 Marques Ademir (Brazil) ผลงาน 7 ประตู

ฟุตบอลโลก 1950 ที่บราซิล
ประเทศที่คว้าแชมป์ : อุรุกวัย

เนื่องจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ฟุตบอลโลกงดจัดในปี ค.ศ. 1942 และ ค.ศ. 1946 และกลับมาจัดอีกครั้งในปี ค.ศ. 1950 ที่บราซิล และดาวซัลโวปีนี้ก็คือ มาเกวซ อเดเมียร์ (บราซิล) เขาลงเล่นไป 6 นัด และยิงได้ 7 ประตู แต่บราซิลก็ยังไม่สมหวังเรื่องแชมป์ซะที ได้แค่รองแชมป์ เพราะปีนี้อุรุกวัยกลับมาทวงแชมป์คืน!
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1954 Sandor Kocsis (Hungary) ผลงาน 11 ประตู

ฟุตบอลโลก 1954 ที่สวิตเซอร์แลนด์
ประเทศที่คว้าแชมป์ : เยอรมันตะวันตก 

ซันดอร์ คอชซิส (ฮังการี) ด้วยผลงาน 11 ประตู จาก 5 นัด! และฮังการีก็เป็นเต็ง 1 ในปีนั้น แต่มาโดนทีเด็ดของ เยอรมันตะวันตก ในรอบชิงชนะเลิศ สุดท้ายพวกเขาก็เลยได้แค่รองแชมป์
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1958 Just Fontaine (France) ผลงาน 13 ประตู

ฟุตบอลโลก 1958 ที่สวีเดน
ประเทศที่คว้าแชมป์ : บราซิล
ชุสต์ ฟองแตง (ฝรั่งเศส) ดาวยิงอันตรายคนนี้ซัดไป 13 ประตู จากการเล่น 6 นัด และจนปัจจุบันนี้ (ค.ศ. 2012) ยังไม่มีใครสามารถทำลายสถิติการยิงประตูของเขาลงได้ ส่วนอีกคนที่เด่นสุดๆ ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็คือ ราชาลูกหนัง “ไข่มุกดำ” เปเล่ เมื่อเขาช่วยให้บราซิลคว้าแชมป์โลกสมัยแรกมาครองได้เป็นผลสำเร็จ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1962 Drazen Jerkovic (Yugoslavia) ผลงาน 5 ประตู
1962 Garrincha (Brazil) ผลงาน 5 ประตู
1962 Vavá (Brazil) ผลงาน 5 ประตู
1962 Leonel Sánchez (Chile) ผลงาน 5 ประตู
1962 Valentin Kozmich Ivanov (Soviet Union) ผลงาน 5 ประตู
1962 Albert Flórián (Hungary) ผลงาน 5 ประตู

ฟุตบอลโลก 1962 ที่ชิลี
ประเทศที่คว้าแชมป์ : บราซิล

บราซิลสามารถคว้าแชมป์โลกได้เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน แต่ปีนี้ เปเล่ ไม่ค่อยมีส่วนสำคัญกับแชมป์เท่าใดนัก เพราะได้รับบาดเจ็บในการลงแข่งนัดแรก และดาวซัลโวในฟุตบอลโลกครั้งนี้มีจำนวนถึง 6 คนด้วยกันได้แก่ ดราเซน เยอร์โควิช (ยูโกสลาเวีย), การ์รินชา (บราซิล), วาวา (บราซิล), เลโอเนล ซานเชซ (ชิลี), วาเลนติน อีวานอฟ (สหภาพโซเวียต) และ โฟลรีอาน ออลเบร์ต (ฮังการี) ด้วยผลงานคนละ 5 ประตู โดยการ์รินชา ได้รับการยกย่องจากฟีฟ่าว่าเป็นนักเตะบราซิเลียนที่ดีที่สุดต่อจากเปเล่
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1966 Ferreira Eusebio (Portugal) ผลงาน 9 ประตู

ฟุตบอลโลก 1966 ที่อังกฤษ
ประเทศที่คว้าแชมป์ : อังกฤษ
เจ้าภาพอังกฤษสามารถคว้าแชมป์โลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และไฮไลท์สำคัญคือลูกยิงเจ้าปัญหาที่เกิดขึ้นในัดชิงระหว่างอังกฤษและเยอรมันตะวันตก ส่วนตำแหน่งดาวซัลโวนั้นตกเป็นของ “เสือดำแห่งโมซัมบิก” ยูเซบิโอ (โปรตุเกส) เขายิงไป 9 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมด 6 นัด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1970 Gerd Muller (West Germany) ผลงาน 10 ประตู

ฟุตบอลโลก 1970 ที่เม็กซิโก
ประเทศที่คว้าแชมป์ : บราซิล
หลังจากพลาดแชมป์ไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว บราซิลก็กลับมาทวงบัลลังก์คืนไปได้ในที่สุด และเป็นการปิดฉากการเล่นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของ เปเล่ อย่างยิ่งใหญ่ แต่ แกร์ด มุลเลอร์ (เยอรมันตะวันตก) ก็แสดงให้เห็นว่าเขาก็มีดีไม่แพ้กันด้วยผลงาน 10 ประตู จาก 6 นัด คว้าดาวซัลโวไปนอนกอดเป็นรางวัลปลอบใจ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ทำเนียบดาวยิงฟุตบอลโลกตอนที่ 2 (ค.ศ.1974-ค.ศ.2010)

1974 Grzegorz Lato (Poland) ผลงาน 9 ประตู

ฟุตบอลโลก 1974 ที่เยอรมันตะวันตก
ประเทศที่คว้าแชมป์ : เยอรมันตะวันตก
เกรซกอร์ซ ลาโต (โปแลนด์) ซัดไป 9 ประตู จากการลงเล่น 7 นัด คว้าตำแหน่งดาวซัลโวไปครอง แต่เหตุการณ์สำคัญของฟุตบอลโลกครั้งนี้คือการเปิดตัวถ้วยรางวัลใบใหม่ในชื่อ “ฟีฟ่า เวิลด์คัพ” (FIFA World Cup) หลังจากถ้วยเดิมอย่าง ชูลส์ ริเมต์ (Jules Rimet) โดนมือดีขโมยหายไปอย่างไร้ร่องรอย และก็เป็นเจ้าภาพเยอรมันตะวันตก ที่ได้สัมผัสถ้วยแชมป์ใบใหม่ก่อนใครๆ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1978 Mario Kempes (Argentina) ผลงาน 6 ประตู

ฟุตบอลโลก 1978 ที่อาร์เจนตินา
ประเทศที่คว้าแชมป์ : อาร์เจนตินา
รางวัลรองเท้าทองคำในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ตกเป็นของเจ้าของผลงาน 6 ประตู จากการลงเล่น 7 นัด อย่าง มาริโอ เคมเปส (อาร์เจนตินา) ซึ่ง 2 ประตูของเขาในช่วงต่อเวลาพิเศษนัดชิงชนะเลิศ ก็สามารถช่วยให้ทีมชาติอาร์เจนตินาชนะเนเธอร์แลนด์ไป 3-1 ก้าวสู่ตำแหน่งแชมป์โลกครั้งแรกของพวกเขาได้สำเร็จ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1982 Paolo Rossi (Italy) ผลงาน 6 ประตู

ฟุตบอลโลก 1982 ที่สเปน
ประเทศที่คว้าแชมป์ : อิตาลี
อิตาลีสามารถกลับมาทวงคืนบัลลังก์แชมป์โลกคืนได้เป็นผลสำเร็จ และทำสถิติเป็นแชมป์โลกที่ได้แชมป์ถึง 3 สมัย ต่อจากบราซิล โดยปีนี้พวกเขามีศูนย์หน้าดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์คือ เปาโล รอสซี่ (อิตาลี) ที่ซัดไป 6 ประตู จาก 7 นัด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1986 Gary Lineker (England) ผลงาน 6 ประตู

ฟุตบอลโลก 1986 ที่เม็กซิโก
ประเทศที่คว้าแชมป์ : อาร์เจนตินา
แกรี ลินิเกอร์ (อังกฤษ) คว้าดาวซัลโวไปครอง โดยยิงไป 6 ประตู จาก 5 นัด แต่ก็ไม่สามารถพาอังกฤษไปถึงตำแหน่งแชมป์ได้ เพราะเจออิทธิฤทธิ์ “หัตถ์พระเจ้า” และความสามารถอันเหนือชั้นของ “เสือเตี้ย” ดีเอโก้ มาราโดนา เข้าไปในรอบก่อนรองชนะเลิศ และในท้ายที่สุดแชมป์ก็กลับคืนสู่อาร์เจนตินาอีกครั้ง
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1990 Salvatore Schillaci (Italy) ผลงาน 6 ประตู

ฟุตบอลโลก 1990 ที่อิตาลี
ประเทศที่คว้าแชมป์ : เยอรมนี
ซัลวาตอเร สคิลลาชี (อิตาลี) ซัดไป 6 ประตู จาก 7 นัด ถึงแม้ว่าจะได้ตำแหน่งดาวซัลโว แต่อิตาลีก็ไปไม่ถึงดวงดาว โดยคู่ชิงนั้นเป็นแมทช์ล้างตาจากฟุตบอลโลกเมื่อ 4 ปีที่แล้วคือ เยอรมนีกับอาร์เจนติน่า และก็เป็นเยอรมนีที่สามารถล้างแค้นได้สำเร็จ และคว้าแชมป์โลกได้เป็นสมัยที่ 3
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1994 Oleg Salenko (Russia) ผลงาน 6 ประตู
1994 Hristo Stoichkov (Bulgaria) ผลงาน 6 ประตู

ฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกา
ประเทศที่คว้าแชมป์ : บราซิล
ฟุตบอลโลกหนนี้มีผู้ยิงประตูสูงสุด 2 คนด้วยกันคือ ฮริสโต สตอยคอฟ (บัลแกเรีย) และ โอเล็ก ชาเลนโก (รัสเซีย) ด้วยผลงาน 6 ประตูเท่ากัน แต่สตอยคอฟ ลงเล่นไป 7 นัด ส่วนโอเล็ก ชาเลนโก ลงเล่นไปเพียง 3 นัดเท่านั้น แต่ศูนย์หน้าที่โดนกล่าวถึงมากที่สุดคงต้องยกให้ โรแบร์โต้ บาจโจ ศูนย์หน้าทีมชาติอิตาลี เมื่อเล่นดีมาตลอดทัวร์นาเมนต์ แต่มาพลาดลูกจุดโทษในนัดชิง ส่งผลให้บราซิลคว้าแชมป์ไปได้ในที่สุด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1998 Davor Suker (Croatia) ผลงาน 6 ประตู

ฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส
ประเทศที่คว้าแชมป์ : ฝรั่งเศส
ดาวอร์ ซูเคอร์ (โครเอเชีย) ยิงไป 6 ประตู จากการเล่น 7 นัด และสามารถพาโครเอเชียซึ่งนับได้ว่าเป็นม้ามืดที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก และสุดท้ายพวกเขาจบที่อันดับ 3 ส่วนแชมป์ตกเป็นของเจ้าภาพฝรั่งเศส ด้วยฟอร์มการเล่นอันสุดยอด บวกกับมีนักเตะพรสวรรค์สูงอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน อยู่ในทีม จึงเป็นสูตรที่ลงตัวสุดๆ ของทัพตราไก่ชุดนี้
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

2002 Ronaldo (Brazil) ผลงาน 8 ประตู

ฟุตบอลโลก 2002 ที่ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ประเทศที่คว้าแชมป์ : บราซิล
8 ประตู ใน 7 นัด ของ เจ้าโล้นทองคำ โรนัลโด้ (บราซิล) ส่งผลให้เขาคว้าตำแหน่งดาวซัลโวไปครอง และยังพาบราซิลเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 5 อีกด้วย โดยจุดเด่นในฟุตบอลโลกครั้งนี้คือ เป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นบนทวีปเอเซีย โดยมีญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ และ 2 ทีมนี้ก็แสดงให้เห็นศักยภาพของทีมจากเอเซียว่าพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะเกาหลีใต้ ที่สามารถคว้าอันดับ 4 มาครองได้เป็นผลสำเร็จ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

2006 Miroslav Klose (Germany) ผลงาน 5 ประตู

ฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี
ประเทศที่คว้าแชมป์ : อิตาลี
มิโรสลาฟ โคลเซ่ (เยอรมนี) ศูนย์หน้าจอมโหม่ง สร้างชื่อให้ตัวเอง ด้วยผลงาน 5 ประตู ใน 7 นัด แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้เยอรมนีกลับมาเป็นแชมป์โลกในบ้านของตนเองได้ โดยแชมป์ตกเป็นของทีมม้ามืดอย่าง อิตาลี ที่อาศัยเกมรับที่แข่งแกร่งคว้าแชมป์มาได้อย่างพลิกความคาดหมาย และไฮไลท์สำคัญคือการโดนใบแดงของ ซีเนอดีน ซีดาน ในนัดชิงชนะเลิศระหว่างฝรั่งเศสและอิตาลี โดยซีดานใช้ศีรษะโหม่งไปที่หน้าอกของ มาร์โก มาเตรัซซี่ กองหลังอิตาลี เนื่องจากบันดาลโทสะที่โดนยั่วยุ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

2010 Thomas Müller (Germany) ผลงาน 5 ประตู
2010 David Villa (Spain) ผลงาน 5 ประตู
2010 Wesley Sneijder (Netherlands) ผลงาน 5 ประตู
2010_FORLAN
2010 Diego Forlán (Uruguay) ผลงาน 5 ประตู

ฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้
ประเทศที่คว้าแชมป์ : สเปน
ฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในทวีปแอฟริกาใต้ และมีผู้ยิงประตูสูงสุดรวมกันถึง 4 คน คือ โธมัส มุลเลอร์ (เยอรมนี), ดาวิด บีญา (สเปน), เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ (เนเธอร์แลนด์) และดิเอโก ฟอร์ลัน (อุรุกวัย)โดยยิงไปคนละ 5 ประตู แต่รางวัลรองเท้าทองคำก็ตกเป็นของ โธมัส มุลเลอร์ เนื่องจากมีสถิติอื่นๆ ที่ดีกว่า และยังแถมพ่วงด้วยรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์อีกด้วย นับว่าเป็นปีที่ มุลเลอร์ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ส่วนแชมป์ตกเป็นของทัพกระทิงดุ สเปน ซึ่งสามารถคว้าแชมป์โลกได้เป็นสมัยแรก

Tag (คำค้น) :
ข่าวอื่นๆ
แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นเรื่อง "ข่าวฟุตบอลโลก 12bet : ทำเนียบดาวยิงฟุตบอลโลก"